Tuesday, October 28, 2008

John Zorn, Bill Frisell & George Lewis - News for Lulu


ก่อนที่เราจะเริ่มต้นเจาะรายละเอียดดนตรีในอัลบั้ม News for Lulu นี้ ผมขอขอบคุณ ‘ลุงสิเหร่’ ที่แนะนำ เข้ามาในระหว่างที่เราได้คุยกันนะครับ ไว้ถ้าเราเจอกันอีก ผมจะเอาแผ่นไปให้ดูอย่างแน่นอน และก็ เพราะอัลบั้มนี้เองก็ทำให้ผมมีแรงฮึดที่จะพยายามเก็บงานของพี๋ซอร์นอีกครั้ง เพราะแก (พี่ซอร์น) ได้ทำให้ผมรู้จักอะไรหลายๆอย่างผ่านทางดนตรีที่ถ่ายทอดออกมาให้ฟัง ถ้าจะให้พูดตรงๆเลยก็คือ ฟังพี่แกคนเดียวก็เหมือนกับได้ฟังดนตรีแทบทุกแนวไปในตัว และเวลาทำอัลบั้มใหม่ๆออกมาก็อย่าได้คาดเดาเลยว่าจะมาเป็นแนวไหน (อย่างที่เคยบอกไว้ในหลายๆรีวิวของแกนั่นแหละ) สำหรับอัลบั้มนี้ผมต้องใช้เวลารออยู่พอสมควรหลังจากสั่งไป เพราะชุดนี้แกทำกับค่ายเพลงในสวิตเซอร์แลนด์ที่ชื่อ HatHut และราคาที่ได้มามันก็แพงมากเสียด้วย เพราะคงจะรวมค่าเดินทางมาไกลเรียบร้อยแล้ว จนกระทั่งเมื่อวานนี้ที่เห็นเบอร์โทรศัพท์จากร้านบูเมอแรงสาขาเซนทรัลเวิลด์ในโทรศัพท์มือถือ ผมจึงรีบเดินทางไปเอากลับมาทันที (พร้อมกับไปรับแฟนมาด้วย...) อัลบั้มนี้ออกมาครั้งแรกเมื่อปี 1988 แล้วถูกนำออกมา Reissue อีกสองครั้งคือในปี 1993 และ เมื่อปลายเดือน ก.ค. ที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งแต่เดิมมาก็จะมีเพลงอยู่แล้ว 20 เพลง แต่พอมา Reissue ในครั้งนี้จะเพิ่มเพลงแถมมาอีกหนึ่ง พร้อมกับแพ็คเกจแบบ Mini LP ที่ดูเรียบง่ายสะอาดตา แถมในนั้นยังบอกอีกด้วยว่าอัลบั้มภาคต่อของชุดนี้คือ More News… จะออกมาในปีหน้านี้ ถ้าใครเป็นแฟนของพี่ซอร์นแกก็คงจะไม่พลาดอย่างแน่นอน

1. KD’s Motion
2. Funk in Deep Freeze
3. Melanie
4. Melody for C
5. Lotus Blossom
6. Eastern Incident
7. Peckin’ Time
8. Blues, Blues, Blues
9. Blue Minor I
10. This I Dig for You
11. Venita’s Dance
12. News for Lulu
13. Ole
14. Sonny’s Crib
15. Hank’s Other Time
16. Blue minor II17. Windmill
18. Melanie (Live) (*)
19. News for Lulu (Live)
20. Funk in Deep Freeze (Live)
21. Windmill (Live)


อัลบั้มนี้ถือเป็นนี้เป็นนำเพลงเก่าเมื่อประมาณ 50 ปีที่แล้วนำมาเรียบเรียงใหม่ได้อย่างน่าสนใจอีกหนึ่งชุด สำหรับเพลงที่เอามานั้นจะเป็นเพลงที่ประพันธ์ไว้โดย เคนนี่ ดอร์แฮม และผองเพื่อน (ลุงเคนนี่คนนี้เป็นผู้ที่ได้ประพันธ์เพลง Blue Bossa ขึ้นมา) ในยุคสมัยของการริเริ่มของดนตรีบีบอพและฮาร์ดบอพ ช่วงแรกๆ บรรดาเพลงเหล่านี้จะบรรเลงกันแบบเต็มวง คือ มีริทึ่มเซคชั่นกันครบเครื่อง แต่เมื่อลดจำนวนเครื่องดนตรีลงมาจนเหลือแค่สามชิ้นล่ะจะเป็นอย่างไร ชิ้นแรกคือ อัลโต้แซกโซโฟนของพี่ซอร์นเอง ชิ้นต่อมาคือ กีต้าร์ของลุงบิล ฟริเซล และสุดท้ายเป็นทรอมโบน โดย จอร์จ หลุยส์ ซึ่งรายหลังนี้หลายๆคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นชื่อมากนัก แต่ถ้าคนฟังแจ๊สเก่าๆก็ไม่แน่เช่นกัน
เรื่องการบรรเลงนั้นแต่ละคนก็ไม่ได้ทิ้งสไตล์ของตัวเองไปเสียเท่าไหร่ โดยเฉพาะพี่ซอร์นนี้ดูจะมีความโดดเด่นกว่าเขาเพื่อนเลยเสียด้วยซ้ำ หลังจากที่ผมซื้อแผ่นมาเปิดฟังครั้งแรกในวอล์คแมน เสียงแซกโซโฟนเพราะๆแบบนี้ดูเผินๆนึกว่าจะไม่ใช่พี่ซอร์นเลย นึกว่าจะเป็นคุณน้าเดวิด แซนบอร์นมาเล่นก็เป็นได้ (น้าแซนบอร์นเคยเล่นร่วมกับพี่ซอร์นมาแล้วครั้งหนึ่ง ใครอยากเห็นลองไปดูได้ใน youtube เลยครับ) ถ้าฟังไปเรื่อยๆแล้วจะรู้เอง เพราะเจ้าของเสียงจากนอกโลกแบบนี้มีอยู่คนเดียวเลย ซึ่งก็คือพี่ซอร์นนั่นเอง ส่วนทรอมโบนของลุงจอร์จนั้นมีบทบาทที่โดดเด่นใช่ย่อยทีเดียว โดยหลักแล้วแกจะบรรเลงในส่วนของเมโลดิกริทึ่มมากกว่า แต่ก็จะมีการสอดแทรกอะไรแปลกๆขึ้นมาให้น่าตื่นเต้นอยู่เรื่อยๆในทุกเพลง โดยเฉพาะการขึ้นเสียงสูงของทรอมโบนนั้นถือว่าเป็นเสียงที่น่ากลัวมาก ส่วนกีต้าร์ของลุงบิลนี้จะโดดเด่นในบางช่วงอีกเช่นกัน แต่การใช้เสียงและการเดินริฟแต่ละลูกของแกก็ทำให้ได้อารมณ์ของดนตรีแจ๊สย้อนยุคได้อย่างดี การบรรเลงสามชิ้นโดยที่ไม่มีริทึ่มเซคชั่นเลยแบบนี้เป็นความท้าทายรูปแบบหนึ่งของเหล่านักดนตรีทั้งสาม และพวกเขากยังได้ประลองฝีมือการอิมโพรไวส์กันอย่างดุเดือดอีกด้วย
เรื่องแนวดนตรีในอัลบั้มนี้ก็จะมีตั้งแต่ฮาร์ดบอพ แสตนดาร์ด ไปจนถึงดนตรีอิมโพรไวส์ (หรืออาจจะมีฟรีแจ๊สด้วย) ซึ่งก็เป็นสไตล์ของนักดนตรีกลุ่มนี้อยู่แล้ว แต่ด้วยความที่งานชุดนี้ไม่ได้ซับซ้อนมากนัก เพราะพวกเขาต้องการเน้นความเป็นทำนองที่ชัดเจนกว่าอัลบั้มอื่นๆที่เคยทำมา ทำให้ดนตรีออกมานั้นมีความไพเราะ แต่ก็เพราะพี่ซอร์นนั่นแหละ ตอนที่แกอิมโพรไวส์นั้นแก้ก็ใส่สไตล์ของแกไปด้วย ยิ่งตอนเล่น ‘แข่ง’ กับทรอมโบนของลุงจอร์ดโดยมีกีต้าร์ของลุงบิลเป็นพื้นนี้ จะเป็นอะไรที่น่าสยดสยองมาก แต่ก็มีไม่ได้นานนัก เพราะงานชุดนี้พวกเขาเน้นเมโลดี้ที่มีระเบียบและพิถีพิถันมากที่สุด (นานๆเราจะได้ยินพี่ซอร์นเล่นอะไรแบบนั้นบ้าง เพราะอัลบั้มอื่นๆพี่แกก็เล่นได้อย่างโหดเหี้ยมไม่ปรานีใครเลย) ในความคิดของผม งานชุดนี้น่าจะเป็นงานกึ่งทริบิวท์ให้กับนักประพันธ์เพลงทั้งห้าคนนี้เลยก็ได้ (ดั่งเช่นที่น้ารูเดสเคยทำให้กับเพลงโปรเกรสสีฟชั้นครูทั้งหลายในชุดล่าสุด) ถ้าใครอยากรู้ว่าดนตรีแจ๊สสมัยก่อนเป็นอย่างไรก็มาลองฟังชุดนี้ได้เลย ก่อนที่จะฟังงานเก่าๆของทั้งห้าคนที่กล่าวมา รวมถึงศิลปินในสมัยแรกๆของแจ๊สอีกด้วย ส่วนถ้าใครชอบแบบรายคนนี้ก็อีกเรื่องหนึ่ง
อัลบั้มนี้ถือเป็นการรวมตัวที่ค่อนข้างหลวม แต่ถึงแม้เครื่องดนตรีจะน้อยชิ้นแต่ก็มีความลงตัวสูง และความสามารถของแต่ละคนนี้ก็คงจะไม่ต้องพูดถึงกัน และในเมื่อทางต้นสังกัดซึ่งก็คือ HatHut ยังใจดีนำเอาออกมา Reissue เช่นนี้ ทำให้แฟนๆหลายคนที่ไม่เคยได้ฟังงานชุดนี้ได้ฟังงานที่มีคุณภาพเสียงดีขึ้นและชัดเจนขึ้น ซึ่งมันก็เป็นไปตามเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นนั่นเอง ก่อนที่ผมจะสั่งซื้ออัลบั้มชุดนี้มา ลุงโอ๋ (ลุงสิเหร่นั่นแล) ได้แนะนำมาพร้อมกับบอกว่างานชุดนี้เป็นงานที่ฟังง่ายที่สุดในบรรดาร้อยกว่าอัลบั้มของพี่ซอร์นที่ทำออกมา ซึ่งพอได้มาฟังแล้วก็คิดว่ามันน่าจะเป็นจริงอยู่ เพราะทำนองในแต่ละเพลงนั้นไพเราะเสนาะหู จะมาสะดุดก็ตรงการอิมโพรไวส์สุดหลอนของแต่ละคนนี่แหละ ซึ่งก็เป็นสิ่งเติมแต่งเล็กน้อยเท่านั้น สรุปก็คือ ถ้าใครอยากรู้จักพี่ซอร์น ก็น่าจะเริ่มต้นจากอัลบั้มนี้ได้เลย แล้วเราจะมาติดตามกันต่อไปในปีหน้ากับ More News for Lulu

Article : INNER

Thursday, April 24, 2008

Harem Scarem - Mood Swings (1993)

Tracklist 1. Saviors Never Cry 2. No Justice 3. Stranger Than Love 4. Change Comes Around 5. Jealousy 6. Sentimental BLVD. 7. Mandy 8. Empty promises 9. If There Was a Time10. 10. Just Like I Planned 11. Had Enough

Harem Scarem วงฮาร์ดร็อคปลาย 80s จากแคนาดาที่ได้ชื่อวงมาจากความที่เป็นแฟนการ์ตูนของ Bugs Bunny ซึ่งเป็นเจ้ากระต่ายตัวแสบและตัวชูโรงของ Loony Tunes นั่นเอง พวกเขาออกผลงานมา 10 อัลบั้มแล้ว แล้ว Harry Hess นักร้องนำออกมากล่าวว่า พวกเขาจะทำอัลบั้มขึ้นมาอีกหนึ่งชุดแล้วค่อยทำอย่างอื่นทีหลัง คาดว่าทางวงคงจะใกล้ถึงจุดอิ่มตัวแล้ว สำหรับการทำเพลง ถึงออกไปทำอย่างอื่นกันบ้าง สำหรับอัลบั้มที่เราจะมาดูรายละเอียดกันไหนวันนี้ก็เป็นงานชุดที่สองของวงที่ออกมาเมื่อปี 1993 กับค่ายวอร์เนอร์มิวสิก สำหรับรายละเอียดอื่นๆ ลองตามไปดูได้ที่ http://www.haremscarem.net/
สมาชิกในอัลบั้มนี้ประกอบด้วยHarry Hess - Vocal, KeyboardsPete Lesperance - Guitars, VocalsMike Gionet - Bass, VocalsDarren Smith - Drums, Vocals
วงนี้อันที่จริงคุณทรัสต์ (มือเบสวง Cube) เคยแนะนำผมไว้เมื่อสองปีมาแล้ว ซึ่งผมก็ตามหาแทบพลิกแผ่นดิน แต่เคยเจอที่เมทัลเควสต์อยู่หนึ่งชุด แต่แผ่นเสีย ผมเลยไม่ได้เอามา ปรากฏว่ามาเจออีกทีที่ร้าน JU แล้วเพิ่งจะได้มาเมื่อวานนี้เลยละครับ
สำหรับงานของพวกเขาก็จะเป็นฮาร์ดร็อคที่ฟังง่าย หรือก็คือ ฮาร์ดร็อคที่ทำออกมาเพื่อให้ผู้ใหญ่้ฟังกัน จะเรียกว่า AOR หรือ Adult-Oriented Rock ก็ได้ครับ แต่ในเนื้องานนั้นมีลูกล่อลูกชนที่น่าสนใจอยู่มาก ในส่วนของกีต้าร์ก็เดินริฟได้หนักแน่น เบสและกลองสนุกสนานดี ภาคริทึ่มเซคชั่นของวงนี้จึงไม่น่าเบื่อมากนัก สำหรับผมแล้ว จุดที่เด่นที่สุดของพวกเขาทั้งสี่น่าจะเป็นเสียงร้องมากกว่า เพราะเราจะได้ยินเสียงประสานตลอดอัลบั้มซึ่งจะได้ความรู้สึกประมาณ Yes เลยก็คงจะได้ละกระมัง และเสียงร้องนำของ Harry ก็ออกจะไพเราะและมีพลัง สามารถถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดีทีเดียว
เพลงเด่นๆในชุดนี้ก็มีอยู่มากอาทิ Change Comes Around ที่ขึ้นอินโทรด้วยเสียงคีย์บอร์ดล้ำและจังหวะสนุกๆ และแน่นอนครับว่าเสียงประสานต้องมา และผมว่าริฟของพวกเขาในเพลงนี้อาจจะเป็นอิทธิพลให้วงรุ่นหลังได้สบาย ส่วนท้ายเพลงนั้นเขาลดจังหวะเพเลงให้ช้าลงเพื่อจะได้แสดงพลังเสียงประสานและพลังโซโลกีต้าร์กันได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นความคิดที่ดีไปอีกแบบหนึ่ง อีกเพลงที่เป็น First Impression ของผมเลยก็คือ No Justice ที่โดดเด่นในด้านริฟที่ดุดันและเสียงประสานที่แน่น ผสานเนื้อหาที่มีความหมายตรงไปตรงมา ส่วนอีกเพลงที่หลุดกรอบหน่อยก็จะเป็น Just Like I Planned ที่สี่หน่อโชว์อะแคปเปลล่าได่อย่างไพเราะลึกซึ้ง
อย่างไรก็ดี Harem Scarem ในยุคนั้นแม้อาจจะไม่เจิดจรัสมาก แต่พวกเขาก็ทำงานได้อย่างมีคุณภาพ ขอให้พวกเขารักษามาตรฐานเช่นนี้ต่อไป ก็เพียงพอแล้ว...

Article by : INNER